วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แนวปฏิบัติของนักเรียน


<<<แนวปฏิบัติของนักเรียน>>>

แนวปฏิบัติสำหรับนักเรียน

(STUDENT CODE OF   CONDUCT)

      แนวปฏิบัติสำหรับนักเรียนต่อโรงเรียนวัดมโนรม

      เพื่อให้การประพฤติปฏิบัติตนของนักเรียนในโรงเรียน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย   อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ก่อให้เกิดการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้เป็นผู้ที่มีระเบียบวินัย มีคุณธรรม จริยธรรมอันดีงาม  ส่งผลให้การเรียนการสอนในโรงเรียน บรรลุตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร  ทางโรงเรียนจึงได้กำหนดแนวปฏิบัติสำหรับ นักเรียนโรงเรียนวัดมโนรม

      ดังต่อไปนี้

      1. นักเรียนต้องทราบกฎระเบียบ ข้อบังคับ  แนวปฏิบัติของทางโรงเรียนและประพฤติตน อย่างเคร่งครัด

      2. นักเรียนต้องสนับสนุนนโยบายของโรงเรียน ให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียน    ตั้งใจศึกษา เล่าเรียน ทั้งรักษาระเบียบวินัยและมติของคณะครู  เพื่อให้เกิดผลดี เกิดความก้าวหน้า แก่ตนเองและโรงเรียนด้วยความอุตสาหะ

      3. นักเรียนต้องปฏิบัติตามคำสั่งของครู ซึ่งชอบด้วยกฎหมาย หรือระเบียบห้ามมิ ให้ขัดขืน
หรือหลีกเลี่ยง

      4. นักเรียนต้องแต่งกายสุภาพสะอาด เรียบร้อยถูกต้องเหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียนที่ดี

      5. นักเรียนต้องประพฤติปฏิบัติตนให้ตรงต่อเวลา  รับผิดชอบต่อหน้าที่ในการมาโรงเรียน การเข้าเรียน  ตลอดจนเอาใจใส่ต่อการเรียนด้วยความวิริยะอุตสาหะ

      6.นักเรียนต้องหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่เป็นอบายมุขและสิ่งเสพย์ติดทุกประเภทอย่างเด็ดขาด

      7. เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมและช่วยเหลือการงานของโรงเรียน บิดามารดา  ผู้ปกครอง ตามความสามารถด้วยความเต็มใจ

      8. นักเรียนต้องช่วยกันดูแล บำรุงรักษาทรัพย์สินของโรงเรียนและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เสมือน หนึ่งเป็นทรัพย์สมบัติของตนเอง ตลอดจนแนะนำบุคคลอื่น ให้ปฏิบัติตามด้วย

      9. นักเรียนต้องไม่พูดส่งเสียงหรือกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความรำคาญหรือรบกวนผู้อื่น ทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียนหรือชุมชน

      10. นักเรียนช่วยกันดูแลบำรุงรักษาอนุรักษ์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก โรงเรียนให้มีบรรยากาศที่ ดีอยู่เสมอ

      11. นักเรียนต้องช่วยกันสอดส่องดูแลด้านความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยทั้งในและนอกห้องเรียน

      12. นักเรียนต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต

      แนวปฏิบัติสำหรับนักเรียนต่อเพื่อนนักเรียน

      1. มีความรักความสามัคคีในหมู่คณะ

      2. มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีน้ำใจต่อเพื่อน

      3. มีความสุภาพเรียบร้อยอ่อนน้อมถ่อมตน

      4. ไม่ติดสารเสพติดไม่ชักชวนเพื่อนไปในทิศทางที่ไม่ดี

      5. ไม่ข่มเหงรังแกเพื่อน

      6. ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเพื่อนในด้านต่าง ๆ เช่น การเรียน การกีฬา

      การบำเพ็ญประโยชน์

      7. เป็นผู้มีระเบียบวินัย

      8. เป็นผู้มีความรับผิดชอบ

      9.ให้คำแนะนำเพื่อนในการปฏิบัติตนในทางที่ดีงาม

 

    

 แนวปฏิบัติสำหรับนักเรียนต่อตนเองและครอบครัว

      1. นักเรียนต้องพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีสุขภาพอนามัย แข็งแรงสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจอารมณ์ สังคม  มีความกระตือรือร้นในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน

      2. นักเรียนต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนของบิดามารดาด้วยความเคารพต่อหน้าและลับหลัง

      3. นักเรียนต้องประพฤติตนให้เหมาะสมกับสภาพของความเป็นนักเรียนที่ดีทั้งในและนอกโรงเรียน

      4. นักเรียนต้องฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีระเบียบวินัยในตนเองและเคารพกฎหมายบ้านเมือง

      5. นักเรียนต้องพัฒนาตนเองให้ทันต่อข่าวสาร และเหตุการณ์บ้านเมืองและของโลก

      6. นักเรียนต้องช่วยเหลือบิดามารดา ผู้ปกครองตามความสามารถและโอกาส

 แนวปฏิบัติสำหรับนักเรียนต่อชุมชน

      1.นักเรียนต้องประพฤติตนให้เหมาะสมกับสภาพของการเป็นนักเรียนที่ดีทั้งในและนอกโรงเรียนเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อบุคคลอื่น

      2.นักเรียนต้องมีมารยาทที่ดีงาม สุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตนทั้งกาย วาจา ใจ  ตลอดจนมี สมมาคารวะต่อบุคคลอื่น ตามความเหมาะสม

      3.นักเรียนต้องประพฤติตนตามกฎระเบียบ ของสังคมและกฎหมายบ้านเมือง

      4.นักเรียนต้องประพฤติตนให้เป็นพลเมืองดีของสังคมและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม
และชุมชนของตน

      5.นักเรียนต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในทุก ๆ ด้านต่อชุมชน

      6.นักเรียนทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรอย่างเคร่งครัดทั้งในและนักโรงเรียน

 

     

แนวปฏิบัติกรณีนักเรียนมาโรงเรียนสาย

      เพื่อให้การปฏิบัติของนักเรียนเป็นแบบอย่างอันเดียวกัน ในกรณีที่นักเรียน   มาโรงเรียนสาย หรือเข้ามาในโรงเรียนช้ากว่าเวลา 08.00 น.

      จึงกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติของนักเรียนดังนี้

      1.“การมาโรงเรียนสาย” หมายถึง

          1.1 การเข้ามาในบริเวณโรงเรียนช้ากว่าเวลา 08.15 น.

          1.2 การไม่อยู่ร่วมพิธีเคารพธงชาติ โดยได้พิจารณาแล้วเห็นว่า อยู่ในขอบข่าย

      การมาโรงเรียนสาย

      2.ให้มีหลักปฏิบัติในกรณีที่นักเรียนมาโรงเรียนสายดังนี้

          2.1 นักเรียนมาโรงเรียนสายจะต้องขอรับบัตร อนุญาตเข้าชั้นเรียนจากฝ่ายปกครอง

          2.2 นักเรียนนำบัตรอนุญาตเข้าชั้นเรียนไปให้ ที่ปรึกษา ผู้สอน ในเวลานั้น เพื่อ ลงลายมือชื่อเพื่อทราบ และอนุญาตให้นักเรียนเข้าชั้นเรียนได้

          2.3 ภายหลังเลิกเรียนคาบสุดท้ายให้นักเรียนนำบัตรเข้าชั้นเรียนไปส่งคีนที่ฝ่ายกิจการ

      นักเรียน เพื่อจะได้พิจารณาโทษตามระเบียบว่าด้วยการมาโรงเรียนสายต่อไป

      3.ให้หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัตินี้

      แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการลาของนักเรียน

      1.ทุกครั้งที่นักเรียนไม่มาโรงเรียน จะต้องมีใบลาจากผู้ปกครอง เพื่อแจ้ง ขออนุญาตถึง ที่ปรึกษา  ประจำรายวิชา ทั้งนี้  เพื่อป้องกันการออกจากบ้านแต่ไม่ถึงโรงเรียนแต่กลับบ้านตรงเวลา

      2.ใบลาดังกล่าวต้องลงนามโดยผู้ปกครอง ที่มอบลายมือชื่อตัวอย่างไว้กับโรงเรียน

      3.ต้องใช้ใบลาตามแบบที่โรงเรียนกำหนดไว้เท่านั้น

      4.กรณีที่นักเรียนไม่ส่งใบลาถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง เพราะเป็นการแสดงเจตนา  ที่จะปกปิดไม่ต้องการให้ผู้ปกครองและโรงเรียนทราบ  ดังนั้นโรงเรียนจะลงโทษตามสมควรแล้วแต่กรณี

 

      แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการทำความเคารพของนักเรียน

      เพื่อเป็นการปลูกฝังให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน และอนุรักษ์ไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทย        ทั้งยังเพื่อให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม   จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการทำความเคารพของนักเรียนโรงเรียนวัดมโนรม ดังต่อไปนี้

      1.การทำความเคารพครู- เมื่ออยู่ในห้องเรียน หรือห้องพักครู

          1.1 เมื่อครู- เข้าห้องสอนทุกครั้ง ให้หัวหน้านักเรียนหรือตัวแทนบอกทำ ความเคารพ โดยใช้คำว่า “นักเรียนเคารพ” ให้นักเรียนในห้องทุกคนยืนตรง   ทำความเคารพด้วยการยกมือไหว้และกล่าวว่า “สวัสดีครับ,สวัสดีค่ะ” พร้อมกันแล้วนั่งลง

          1.2 เมื่อหมดเวลาเรียนครู- กำลังจะออกจากห้องเรียนให้หัวหน้าหรือตัวแทนบอกทำความเคารพ โดยใช้คำว่า “นักเรียนเคารพ”   ให้นักเรียนทุกคนยืนขึ้นแล้วยกมือไหว้ พร้อมกับกล่าวคำว่า  “ขอบคุณครับ,ขอบคุณค่ะ” พร้อม ๆ กัน

           1.3 ในกรณีที่ครู- เข้ามาในห้องเรียนแล้ว และนั่งเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว  หรือครูบอกให้หัวหน้าห้องหรือตัวแทนบอกทำความเคารพหลังจาก   หมดเวลาเรียนก่อนที่ครู- จะออกจากห้องแต่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าห้องอยู่  ตามข้อ 1.1 และข้อ 1.2 ให้หัวหน้าห้องหรือตัวแทน บอกทำความเคารพ โดยใช้คำว่า  “นักเรียนกราบ” ให้นักเรียนทุกคนก้มลงกราบบนหลังโต๊ะเรียนของตนเองด้วยความสุภาพอ่อนน้อม พร้อมกับพูดคำว่า “สวัสดีครับ,สวัสดีค่ะ”   ในข้อ 1.1 และคำว่า “ขอบคุณครับ,ขอบคุณค่ะ”ในกรณีข้อ 1.2

          1.4 เมื่อครู- สนทนาซักถาม หรือพูดคุยกับนักเรียนที่กำลังนั่งทำงานอยู่ ให้นักเรียน      ยืนขึ้นพูดกับครู- ในท่ายืนตรง ถ้ามีข้อสงสัยที่จะถามครู ในขณะที่ครูกำลัง ทำการเรียน       การสอนอยู่ ให้ยกมือขึ้น จะพูดหรือถามได้ หลังจากที่ครูได้อนุญาตแล้วเท่านั้น

      2.การทำความเคารพครู นอกห้องเรียน

          2.1การทำความเคารพขณะที่เข้าแถว ในการเรียนวิชาภาคปฏิบัติ หรือการเข้าแถว   ประกอบกิจกรรมหน้าเสาธงตอนเช้า เมื่อ ผู้สอน หรือ ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการประกอบกิจกรรม หรือให้การอบรมมาถึงบริเวณหน้าแถวให้ประธานผู้นำหรือหัวหน้าห้องสั่ง
นักเรียนคนอื่นทำความเคารพ ด้วยคำว่า
“นักเรียนทั้งหมดแถวตรง ทำความเคารพ”
นักเรียนทุกคนปฏิบัติยืนในท่าตรงยกมือไหว้และกล่าวทักทายพร้อมกัน เหมือนในข้อ 1.1 และเมื่อหมดคาบ หรือเสร็จสิ้นการอบรม ให้ประธานนักเรียน  ผู้นำหรือหัวหน้าห้อง นำกล่าวขอบคุณ ด้วยคำว่า  “นักเรียนทั้งหมดแถวตรง ทำความเคารพ” นักเรียนทุกคนอยู่ในท่าตรง ยกมือไหว้ และกล่าวขอบคุณเหมือนในข้อ 1.2

          2.2 เมื่อพบหรือเดินสวนทางกับครู-  ให้นักเรียนแสดงความเคารพโดยการหยุด ยืนตรง ยกมือไหว้ด้วยอาการสำรวม ถ้าเป็นการพบกันครั้งแรกให้กล่าวทักทาย ด้วยคำว่า “สวัสดี…….(ครับ/ค่ะ) ถ้านักเรียนถือสิ่งของอยู่ให้วางสิ่งของก่อนแต่ถ้าไม่สะดวกในการที่จะวาง ให้หยุดยืนตรงแล้วโค้งคำนับด้วยอาการสำรวม

          2.3 ถ้ามีกิจเร่งรีบจะเร่งแซงขึ้นหน้าครู- หรือผู้ใหญ่ที่กำลังเดินอยู่ข้างหน้า ให้นักเรียนกล่าวคำว่า “ขออนุญาต……(ครับ/ค่ะ)  แล้วเดินก้มศีรษะแต่พองามผ่านไปด้วยอาการสำรวม

          2.4 ถ้ามีครู- หรือผู้ใหญ่นั่งหรือยืนอยู่กับที่ ควรเดินเลี่ยงให้ห่างหรือเดินก้มตัวแต่พองามผ่านไป

          2.5 ในกรณีที่มีผู้มาตรวจเยี่ยม มีแขกผู้ใหญ่หรือผู้ที่ควรแก่การเคารพ ให้แสดงความ เคารพเช่นเดียวกับการทำความเคารพครู- ในโรงเรียน

      3. การทำความเคารพครู- นอกบริเวณโรงเรียน เมื่อพบครู นอกบริเวณโรงเรียน ให้แสดงความเคารพโดยการยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวว่า “สวัสดี” ด้วยกิริยาสุภาพอ่อนน้อม

      4.การเข้าพบครู

          4.1 เมื่อจะเข้าพบครู- ให้ยืนตรงแล้วยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวคำว่า “ขออนุญาต…..(ครับ/ค่ะ)” เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงเดินเข้าไปพบ  หยุดยืนอยู่ห่างจากครู-  พอประมาณ

          4.2 หากกรณีที่พบครู- นั่ง ให้นักเรียนอยู่ในท่าคุกเข่าอยู่ในท่าสำรวม และเมื่อจะกลับออกไปให้แสดงความเคารพด้วยการไหว้ แล้วจึงเดินเข่าถอยหลังออกไป พอประมาณจึงลุกขึ้นเดินกลับ

      4.3 การไหว้ ให้ยืนในท่าตรงยกมือขึ้นประนมระหว่างอก ก้มศีรษะลงปลายนิ้วชี้ทั้งสองจรดระหว่างคิ้ว นักเรียนหญิงให้ย่อตัวลงพองามขณะไหว้การแสดงความเคารพโดยการไหว้ที่สำรวมและสวยงาม เป็นการบ่งบอกถึงความเป็นผู้เจริญ และเป็นเอกลักษณ์ของนักเรียนโรงเรียนวัดมโนรม

 

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การแก้ไขระเบียบ ศธ.ว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ.2549

การแก้ไขระเบียบ ศธ.ว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ.2549+โพสต์เมื่อวันที่ : 17 มิ.ย. 2556
.....
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 3/2556 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2556 โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้
►การแก้ไขระเบียบ ศธ.ว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ.2549

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เสนอขอแก้ไขระเบียบ ศธ.ว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ.2549 ในส่วนของสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ตามที่ รมว.ศธ.อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงวันเปิดและปิดภาคเรียน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 เป็นต้นไป เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ดังนี้
- ภาคเรียนที่ 1 วันเปิดภาคเรียน 16 พฤษภาคม และปิดภาคเรียน 11 ตุลาคม
เปลี่ยนเป็นเปิดภาคเรียน 10 มิถุนายน และปิดภาคเรียน 4 พฤศจิกายน
- ภาคเรียนที่ 2 วันเปิดภาคเรียน 1 พฤศจิกายน และปิดภาคเรียน 1 เมษายนของปีถัดไป
เปลี่ยนเป็นเปิดภาคเรียน 26 พฤศจิกายน และปิดภาคเรียน 26 เมษายน ของปีถัดไป
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เห็นว่าการแก้ไขระเบียบ ศธ.ดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชน จึงขอให้ที่ประชุมพิจารณาให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวันเปิดปิดภาคเรียน ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นว่า สช.ควรเปลี่ยนแปลงวันเปิดและปิดภาคเรียนให้สอดคล้องกับ สพฐ. เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก


ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2013/jun/185.html

วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556

มาฝึกพูดภาษาอังกฤษกันเถอะ.


เรียนเพื่อนครูที่เคารพรักทุกท่าน

          ในสัปดาห์หน้านี้เริ่มตั้งแต่วันพุธ ที่12 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป และทุกวันพุธ ตลอดปีการศึกษา 2556 นี้  ทางโรงเรียน ได้ติดต่อวิทยากร ชาวอังกฤษ เพี่อมาเสริมทักษะการการสื่อสารให้กับนักเรียน ครูและบุคลากรของโรงเรียน  ได้ฝึกทักษะการสื่อสาร โดยเฉพาะการพูดคุยสนทนา   ทั้งนี้เพื่อเป็นการพัฒนาตนเองเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อย่างมั่นใจในปี 2558

          จากข้อมูลที่เชื่อถือได้ จัดลำดับประเทศไทยในเรื่องทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ  ปรากฏว่า ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 9 จาก 10 ประเทศอาเซียน   และอยู่อันดับที่ 53 จาก 54 ประเทศ ในโลก  ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ฟังดูแล้วน่าตกใจว่าเป็นไปไดยังไง แต่มันก็เป็นไปแล้ว เห็นทีที่พวกเราทั้งหลาย ในฐานะที่เป็นครูคงต้องช่วยกันพัฒนาตนเองเป็นการใหญ่แล้วคราวนี้   จึงถึงคราวที่ทุกท่านจะได้พัฒนาตนเองในด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ  ให้มีทักษะมากขึ้น แบบเห็นฝรั่งเดินเข้าโรงเรียนแล้ว ไม่ต้องเดินเข้าห้องน้ำ  หรือแนะนำตัวเองเสร็จแล้วรีบเดินหนี เพราะพอจะพูดอะไรต่อก็ฟังสำเนียงเค้าไม่ออก จับคำ จับประโยค ไม่ออก

          ถึงเวลาแล้วนะครับที่จะเวลาฝึกพูดภาษาอังกฤษกันอย่างจริงจัง  จึงขอให้ทุกคนเตรียมความพร้อม และพบกันทุกวันพุธของสัปดาห์  เวลา 16.00 -17.00 น. ณ ห้องประชุมน้อมศิลป์ ผมเชื่อว่าทุกคนจะพอใจกับครูชาวต่างประเทศ ที่ผมเชิญมาให้ความรู้กับทักษะของเราครั้งนี้ .................สวัสดีครับ

วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เป้าหมายโรงเรียนวัดมโนรม ตามจุดเน้นที่ 3


สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต3 ได้กำหนดจุดเน้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตฯ และสถานศึกษา ไว้ 8 จุดเน้น เพื่อให้โรงเรียนในสังกัดเป็นแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาของโรงเรียนให้สอดคล้องกัน โรงเรียนวัดมโนรม จึงได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานแต่ละจุดเน้น ให้มีเป้าหมายด้านปริมาณ และกำหนดผลงาน ที่เป็นตัวบ่งชี้ความสำเร็จให้กับผู้ปฏิบัติงานใช้เป็นกรอบเป้าหมาย ในการทำงาน สู่ความสำเร็จ ตามจุดเน้นทั้ง 8 ข้อดังนี้

เป้าหมายโรงเรียนวัดมโนรม
 ตามจุดเน้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต3
 
จุดเน้นที่ 3 นักเรียนชั้น ป.3 ทุกคนอ่านออก เขียนได้ คิดเป็น และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อ่านคล่อง เขียนคล่อง และมีทักษะการคิดพื้นฐาน
          3.1 มีกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาการใช้ทักษะภาษาไทยสำหรับครูและนักเรียนทุกระดับ
          เป้าหมาย
          ก) กลุ่มสาระภาษาไทย ดำเนินการร่วมวางแผน /โครงการ และกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาการใช้ทักษะภาษาไทยสำหรับครูและนักเรียนทุกระดับ

          ข) ทุกชั้นเรียนมีคู่มือ และแบบฝึกทักษะการอ่านที่เหมาะสม  โดยมีครูผู้สอนภาษาไทยเป็นผู้ดำเนินการ
3.2 มีกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
          เป้าหมาย
          ก) ครูผู้สอนภาษาไทยทุกกคน มีกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ทุกวัน อย่างน้อย 5-10 นาที เช่น กิจกรรมวางทุกงานอ่านทุกคน
3.3 มีข้อมูลผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่อง เขียนคล่อง ทั้งรายบุคคล รายห้องเรียน และรายบุคคล
          เป้าหมาย
          ก) มีการจัดทำข้อมูลผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่อง เขียนคล่อง ทั้งรายบุคคล รายห้องเรียน และระดับโรงเรียน โดยครูผู้สอนแต่ละห้อง และสรุปเป็นข้อมูลสาระสนเทศเพื่อพัฒนา และวางแผนอย่างต่อเนื่อง
 
 
 
 
 

วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

จุดเน้นที่ 2 นักเรียนปฐมวัยได้รับการเตรียมความพร้อม ฯ



สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต3 ได้กำหนดจุดเน้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตฯ และสถานศึกษา ไว้ 8 จุดเน้น เพื่อให้โรงเรียนในสังกัดเป็นแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาของโรงเรียนให้สอดคล้องกัน โรงเรียนวัดมโนรม จึงได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานแต่ละจุดเน้น ให้มีเป้าหมายด้านปริมาณ และกำหนดผลงาน ที่เป็นตัวบ่งชี้ความสำเร็จให้กับผู้ปฏิบัติงานใช้เป็นกรอบเป้าหมาย ในการทำงาน สู่ความสำเร็จ ตามจุดเน้นทั้ง 8 ข้อดังนี้
เป้าหมายโรงเรียนวัดมโนรม
ตามจุดเน้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต3
จุดเน้นที่ 2 นักเรียนปฐมวัยได้รับการเตรียมความพร้อมตามหลักสูตรการศึกษาระดับปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ

          2.1 มีแผนพัฒนาตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย

          เป้าหมาย
                   ก) มีแผนพัฒนาตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย

          2.2 การพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย
         
เป้าหมาย
                   ก) ครูผู้สอนทุกคน มีคู่มือ และจัดทำแผนการจัดประสบการณ์ ได้เหมาะสม
                   ข) ทุกห้องเรียนมีสื่อ และมุมกิจกรรมเสริมประสบการณ์อย่างเหมาะสม
                   ค) มีการจัดสภาพห้องเรียน ได้ตามมาตรฐานสากล ของห้องเรียนอนุบาล

เป้าหมายโรงเรียนวัดมโนรม


สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต3 ได้กำหนดจุดเน้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตฯ และสถานศึกษา ไว้ 8 จุดเน้น เพื่อให้โรงเรียนในสังกัดเป็นแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาของโรงเรียนให้สอดคล้องกัน โรงเรียนวัดมโนรม จึงได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานแต่ละจุดเน้น ให้มีเป้าหมายด้านปริมาณ และกำหนดผลงาน ที่เป็นตัวบ่งชี้ความสำเร็จให้กับผู้ปฏิบัติงานใช้เป็นกรอบเป้าหมาย ในการทำงาน สู่ความสำเร็จ ตามจุดเน้นทั้ง 8 ข้อดังนี้
เป้าหมายโรงเรียนวัดมโนรม
ตามจุดเน้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต3

จุดเน้นที่ 1 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้หลักเพิ่มขึ้น โดยผลการสอบระดับชาติ (O-Net) เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 3

1.1   มีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม เพื่อการพัฒนาและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน อย่างน้อย 5 กลุ่มสาระ
เป้าหมาย
ก) ทุกกลุ่มสาระและครูผู้สอนทุกคน มีแผนการดำเนินงานในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางเรียนที่นำไปสู่การปฏิบัติชัดเจน ภายในเดือนมิถุนายน 2556
ข)ครูผู้สอนทุกคนมีการคัดกรองนักเรียน อย่างน้อย 3 ระดับ ได้แก่ เก่ง ปานกลาง อ่อน และมีแผนพัฒนาและยกระดับผลสัมฤทธิ์ เหมาะสมกับนักเรียนเป็นรายบุคคล

1.2   มีการรายงานขับเคลื่อนจุดเน้นคุณภาพผู้เรียนผ่านระบบ Online
เป้าหมาย
ก) ทุกกลุ่มสาระ และทุกห้องเรียน มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศด้านผลสัมฤทธ์ทางการเรียน ผ่าน Online ทุกภาคเรียน

1.3   มีเครื่องมือพัฒนาคุณภาพผู้เรียนผ่านจุดพัฒนาคุณภาพตามจุดเน้น
เป้าหมาย
ก) ครูทุกคนมีเครื่องมือสำหรับพัฒนานักเรียน อย่างน้อย 2 วิถีทาง สำหรับเด็กเก่ง และสำหรับเด็กเรียนอ่อน ในปีการศึกษา 2556

1.4   มีเครื่องมือวัดและประเมินในระบบ Online สู่การปฏิบัติในห้องเรียน
เป้าหมาย

ก) ครูทุกคนมีการใช้ระบบ Online สำหรับการวัดประเมิน

1.5   มีนวัตกรรม/BEST PRATICE ตามจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
เป้าหมาย

ก) ครูทุกคนมีนวัตกรรม/BEST PRATICE ตามจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน อย่างน้อย 1 ผลงานในปีการศึกษา 2556
(พบกับเป้าหมายของโรงเรียนในจุดเน้นที่ 2-8 ในครั้งต่อไป)